(No Subject)‏

posted on 30 May 2009 02:25 by antizeptic  in letter


(No Subject)‏
From: ข้าพเจ้า
Sent: Wednesday, September 10, 2008 11:48:11 PM
To: XXXX@hotmail.com)

อารมณ์ที่เข้มข้นเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พอมันเกิดขึ้นมาแล้วฉันมองอะไรไม่ชัดเจน ไม่ได้เห็นในสิ่งที่เป็น ฉันเห็นแค่สิ่งที่อยากจะเห็น ห้วงยามนั้นทุกอย่างสวยงาม ห้วงยามนั้นฉันรู้สึกเหมือนยืนสูดอากาศรับลมบนยอดเขา แล้วเราก็อยู่เหนือทุกสิ่งบนโลกง่าวๆ ใบนี้

ความเป็นจริงของอารมณ์ก็คือ เมื่อผ่านจุดเข้มข้นสูงสุดไปแล้ว เราก็จะอาลัยอาวรณ์ ในขณะดวงตาที่มองเห็นอะไรชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราเห็น กลับเจือจางลงพร้อมๆ กัน จนเราแทบไม่รู้ตัวว่าเราร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ตีนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ และถัดจากนั้น รัตติกาลเดินทางมาถึง แม้ว่าจะยืนอยู่บนพื้นราบ แต่เรากลับรู้สึกอึดอัดเหมือนโดนขังอยู่ก้นเหว

มนุษย์ในช่วงที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้ยาวนาน ไม่ได้ถาวร เฉกเช่นเดียวกับนักเขียนที่อาจจะรังสรรค์ความงามงดของโลกใบนี้ได้ ทั้งๆ ที่ในเวลาที่เขาไม่ได้เขียน เขาเป็นเพียงขยะสังคมที่ไม่มีใครคบหา หรือเช่นว่าศิลปินผู้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ เป็นภาพมายา เพราะชีวิตอีกด้านที่เราไม่รู้นั้นก็มีอยู่ ซึ่งก็ดีแล้วที่ไม่มีใครรับรู้ มิเช่นนั้นแรงบันดาลใจฟุ้งฝันคงพังทลายไม่เหลือดี

แน่นอน ฉันรักเธอ …เอาล่ะ อย่างน้อยฉันก็ ‘เคย’ รัก มันมีปัญหาอะไรเล่ากับความไม่คงที่ของอารมณ์ เธอเองน่าจะเป็นคนที่เข้าใจได้ดีที่สุด พันธะสัญญาใดๆ พลันไร้ความหมายได้ง่ายๆ เพียงแค่เราลืมมัน เพราะเรื่องทุกเรื่อง ล้วนถ่าโถมเข้ามาไม่ขาดสาย สิ่งใดที่หลุดหลงไปอยู่ใต้ลิ้นชัก เราคงไม่ได้ระลึกถึงมัน จนวันหนึ่งมันก็พลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ลืมสิ้นว่าเคยมีอยู่

อารมณ์ที่เข้มข้นทำให้ฉันปีติยินดีเสมอยามที่มันเกิด รวมไปถึงความสนเท่ห์แกมอิจฉายามที่มันเกิดกับผู้อื่นด้วยเช่นกัน เมื่อฉันเห็น ฉันก็รู้แล้วว่ายามนั้นเขาอยู่บนยอดเขา แล้วคนบนพื้นราบก็ไม่ได้อยู่ในสายตา

พลันฉันก็คะนึงหาผู้ที่เคยอยู่บนยอดเขาด้วยกันกับฉัน เขาหายไปไหนนะ

บนยอดเขานั้นแคบ พื้นที่หดลงเหลือแค่จุดสูงสุด เราต้องเขย่งยืนด้วยขาข้างเดียว ถึงจะอยู่บน ‘จุด’ ที่สูงที่สุดจริงๆ สรุปก็คือเราต้องแนบชิดติดกันอยู่ ณ ที่นั้น แต่เบื้องล่างนั่นเป็นที่ราบกว้างไกลสุดสายตา ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่เราจะต้องแนบชิดกันอีกแล้ว ที่ราบกว้างใหญ่จึงกลายสภาพเป็นดั่งทะเลทรายที่มองไปได้สุดลูกหลูกตา แต่ก็ไม่มีอะไรให้มอง

อารมณ์ที่เข้มข้น ดลบันดาลให้ฉันเขียน จนบางทีฉันก็สงสัยว่า ถ้าอารมณ์มันแห้งๆ หมาดๆ เช่นขณะนี้ ฉันจะเขียนได้หรือไม่ ปรากฎว่าได้ เพราะนี่แหละคือผลผลิตของคืนวันเรื่อยๆ เนือยๆ และจะมีอะไรเป็นประโยชน์โภชผลเล่า ถ้าไม่มีใครอ่าน…

แล้วฉันก็คิดถึงเธอขึ้นมา ในยามที่เงียบอย่างที่สุด